ตอบคำถาม
ตอบคำถามเรื่องอาหารเสริม
Q. อย่าทราบประโยชน์ของ Micconize Green tea ด้วยคะ ?
A. Micconize Green tea เป็นเครื่องดื่มชาเขียวญี่ปุ่น 100% ที่ให้คุณค่าของสารที่สำคัญนั้นคือ สาร Polyphenol อย่างครบถ้วนให้คุณค่ามากกว่าการดื่มชาเขียวทั่วไป ทั้งยังปลอดภัยจากการปนเปื้อน และได้รสชาติแท้ที่ดั้งเดิม โดยไม่มีน้ำตาล มีประโยชน์คือ
1. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง และชะลอการเสื่อมของเซลล์
2. เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมัน
3. เพิ่มการเผาผลาญน้ำตาลในเซลล์
4. ยับยั้งความอยากอาหาร
วิธีรับประทาน ตักผงชาเขียวปริมาณ 1 ช้อนตวง (1กรัม) ละลายในน้ำสะอาด 1 ลิตร เขย่าให้เข้ากัน (ทานแทนน้ำปกติ)
Q. ในขณะที่ทานอาหารลดน้ำหนักอยู่ทำไม่ต้องทาน เอ็มแอนด์ มิกซ์ พลัส ด้วยคะและมีประโยชน์อระไรบ้างคะ ?
A. เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนควรได้รับวิตามินรวมและเกลือแร่รวมเสริมในปริมาณรวม 160 มก. มีแร่ธาตุรวมในปริมาณรวม 320 มก.
คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ เอ็มแอนด์วีมิกซ์พลัส คือ
1. ช่วยการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทุกระบบในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ
2. ช่วยในการเจริญเติบโต
3. เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
4. ช่วยรักษาความสมดุลกรด – ด่างในร่างกาย
5. ช่วยในการทำงานของเซลล์ประสาทดี
6. ทำให้การยืด – หด ของกล้ามเนื้อทำงานปกติ
7. ช่วยให้ระบบปฏิกิริยาต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การเผาผลาญสารอาหารดีขึ้น
แนะนำให้รับประทานวันละ 1 แคปซูลพร้อมอาหาร
Q. น้ำมันปลา มีประโยชน์ ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ?
A. มี การศึกษาค้นคว้า มากมาย กล่าวถึง คุณค่าของน้ำมันปลา ในการป้องกันหัวใจ และหลอดเลือด ลดอาการปวด การอักเสบและการบวม และยังทำหน้าที่ป้องกัน เยื่อหุ้มเซลล์ โดยที่
@ น้ำมันมีคุณค่าของกรดไขมัน กลุ่มโอเมก้า 3 ที่มีกรดไขมันไอโคซาเพน ตาอิโนอิก (EPA) และกรดไดโคซาเฮกซาอิโนอิก (Docasahexaenoic acid : DHA)
@ EPA มีคุณสมบัติ ช่วยไม่ให้เลือดหนืดข้น เกิดการไหลเวียนได้อย่างคล่องตัว ยับยั้งการอักเสบ ช่วยป้องกันไม่ให้โคเลสเตอรอลสะสม อุดตันหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต
- ป้องกันและลดอาการข้ออักเสบและปวดข้อ
- ป้องกันและลดอาการโรคปวดศรีษะไมเกรน
- ป้องกันและยับยั้งการก่อตัวของมะเร็งร้าย ต่างๆ
- ปรับสมดุลของความดันโลหิต
@ DHA เป็นกรดไขมันที่จำเป็นในการสร้างเซลล์ประสาท ช่วยเสริมการเจริญเติบโตของปลายประสาท ทำให้การถ่ายทอดสัญญาณผ่าน ข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกันดีขึ้น จึงเกิดความจำและการเรียนรู้ได้อย่างดี ดังนี้
- ในเด็ก DHA จะช่วยให้เด็กความจำดี เฉลียวฉลาด เรียนรู้ ได้อย่างรอดเร็ว
- ในผู้ใหญ่จะช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความจำดีขึ้น ป้องกันและลดอาการของโรคซึมเศร้า
- ในคนชราช่วยป้องกัน โรคความจำเสื่อมและโรคสมองฝ่อ ป้องกันและลดอาการของโรคซึมเศร้า
Q. กลูตาไธโอน คืออะไร มีอะไรที่กระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอน ได้ ?
A. กลูตา ไธโอนเป็นสารสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิต้านทาน และขจัดสารพิษ สร้างขึ้นภายใน เซลล์ทุกเซลล์โดยมีมากที่ตับ ในการกระตุ้นการสร้างกลูตาไธโอน ร่างกายต้องได้รับ เวย์โปรตีนเข้มข้น อย่างต่อเนื่องในปริมาณไม่ต่ำกว่าวันละ 18 กรัม
บทบาทของกลูตาไธโอน
1. ต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่สุด ร่างกายสร้างขึ้นเอง สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้อย่างกว้างขวาง และยังเสริมประสิทธิภาพ ของสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามิน C ,วิตามิน E, เซเลเนียม เป็นต้น
2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Immune booster) โดยกระตุ้นการสร้าง เม็ดเลือดขาว และเพิ่มประสิทธิภาพในการขจัดเชื้อโรคและทำลายสิ่งแปลกปลอมของเม็ดเลือดขาว
3. ขจัดสารพิษ (Detoxifier) สารพัด สารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย จะเข้าสู่ระบบไหลเวียน โลหิตและผ่านไปที่ตับ ตับจะสร้างกลูตาไธโอนจำนวนมาก เพื่อทำหน้าที่ขจัดสารพิษทำลาย ดังนั้นหากปริมาณ กลูตาไอโอน ลดลงปริมาณสารพิษที่ไหลเวียน ในร่างกาย จะเพิ่มขึ้นจนไปทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย
Q. โคเอ็นไซม์ คิว เท็น มีบทบาทสำคัญอย่างไรบ้าง ?
A. โคเอ็นไซม์ คิว เท็น เป็นสารคล้ายวิตามินทำหน้าที่เป็น โค – เอ็นไซม์ ร่างกายจะสร้างได้น้อยลงหลังอายุ 20 ปี
โค เอ็นไซม์ คิว เท็น เป็นสารสำคัญในการผลิตพลังงานของเซลล์ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ เสริมสร้างการทำงานของหัวใจและช่วยลดความเมื่อยล้า ช่วยยับยั้งการจับตัวของโคเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ช่วยให้เหงือกแข็งแรง ลดอาการอักเสบของเหงือกหรือ เหงือกบวม
โค เอ็นไซม์ คิวเท็น มีประสิทธิภาพสูงในการลดริ้วรอย ชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว และเป็นการต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานเสริมฤทธิ์กับวิตามิน อี ในการป้องกันโรคมะเร็ง
ขนาดที่แนะนำ ให้ทาน คือ 30 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้ามีภาวะปัญหาสุขภาพ ควรรับประทานเพิ่มขึ้น ในปริมาณ 50 – 100 มิลลิกรัมต่อวัน
Q. คอลลาเจน คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?
A. เป็น โปรตีนชนิดหนึ่ง จัดเป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อรักษาการทำงานและโครงสร้างต่างๆ ให้เป็นปกติ อาทิ ทำให้หลอดเลือดมีความแข็งแรง มีแรงยืดหยุ่น มีภูมิต้านทานที่ดีขึ้น ช่วยชลอควมชรา
- ป้องกันริ้วรอยบนผิวหนัง โดยทำหน้าที่ยึดเซลล์กับเซลล์ติดกันไว้ เติมออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ
- ช่วยกำจัดเซลล์ที่หมดสภาพ หากร่างกายได้รับคลอลาเจนไม่พอ ผิวหนังจะขาดความชุ่มชื่นและริ้วรอยปรากฎ
- ป้องกันโรคกระดูกบาง ในผู้สูงอายุและไขข้ออักเสบ คลอลาเจนช่วยให้แคลเซียม จับตัวเข้าสู่โครงสร้างกระดูกบริเวณส่วนรอยต่อของข้อกับข้อ
- คลายความอ่อนล้าของสายตาและถนอมสายตา คอลาเจนยังพบในเลนส์ตาและเรตินา การได้รับคลอลาเจนใหม่ๆ จะเป็นการรักษาสุขภาพตา ถนอมสายตามิให้แก่ลงตามวัย ฯลฯ
Q. กลูตาไธโอน (Glutathione) คืออะไร ?
A. กลูตาไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นที่ตับโดยใช้กรดอะมิโน 3 ชนิด มารวมตัวกัน ได้แก่ ซีสเตอืน กรดกูลตามิค (Glutamic acid) และไกลซีน (Glycine) เมื่อถูกสร้างขึ้นมาแล้วจะกระจายไปกับกระแสเลือดทั่วร่างกายทำหน้าที่คอยปก ป้องเซลล์ต่างๆ จากอนุมูลอิสระป้องกันอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งตับ นอกจากนั้น กูลตาไธโอน ยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย โดยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำหน้าที่คอยล้างพิษของยาโลหะหนักและสารกัมมันตรังสีต่างๆ ออกจากร่างกาย
Q. น้ำมันตับปลามีประโยชน์อย่างไรบ้าง ?
A. น้ำมัน ปลา ได้มาจากการสกัดน้ำมันจากส่วนเนื้อ หนัง หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึก ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดไขมันในเลือด สร้า้งสมดุลฮอร์โมน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคไขข้ออักเสบ ได้เป็นอย่างดี
น้ำมันปลาเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งแหล่งของโอเมก้า 3 ประกอบด้วย กรดไขมันจำเป็น 2 ชนิด คือ อีพีเอ (EPA = Eicosapentaenoic acid) และ ดีเอชเอ (DHA = Docosahexaenoic acid)โดย DHA มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองและดวงตาของทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง 3 เดือนก่อนคลอดและยังช่วยลดอาการของโรคสมาธิสั้น
การเสริมน้ำมันปลา จะยังช่วยลดอาการซึมเศร้าของผู้สูงอายุที่มีปัญหาอัลไซเมอร์, ช่วยป้องกันโรคหัวใจ, โดยการเพิ่ม HDL โคเลสเตอรอล, ลดไตรกลีเซอไรด์ และความดันโลหิต ลดการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน, ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติ, ลดอาการของโรคข้อเสื่อม ปวดข้อ, ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง, ลดอาการคันและแดงของโรคสะเก็ดเงิน, ช่วยลดอาการซึมเศร้า, ช่วยให้การรักษาทางเคมีบำบัดดีขึ้น ฯลฯ
สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำให้รับประทานน้ำมันปลา เพื่อช่วยปรับสมดุล โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 หรือ บริโภคน้ำมันปลาชนิดแคปซูล ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
แหล่งที่มา : หนังสือ อาหาร & สุขภาพ (Functional Foods for Health) ชนิดา ปโชติการ, ศัลยา คงสมบูรณ์เวช, อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์







