Posts Tagged ‘กรดไขมันอิ่มตัว’

น้ำมันปลา โอเมก้า 3 มาสเตอร์ออย (MASTER OIL)

Wednesday, September 10th, 2008
master-oil เลขที่ ฆอ. 363 / 2550

master-oil เลขที่ ฆอ. 363 / 2550

น้ำมันปลา โอเมก้า 3 มาสเตอร์ออย (MASTER OIL)

ใน ปัจจุบันที่ทราบกันดีว่า น้ำมันปลามีประโยชน์ต่อร่างกายและมีการศึกษาค้นคว้าคุณค่ากันมาตลอด อย่างต่อเนื่องน้ำมันปลามีความสำคัญมากเนื่องจากมีส่วนประกอบของสารอาหาร พิเศษ ที่เป็นกรดไขมันอิ่มตัวมารวมกันป้องกันหัวใจและหลอดเลือด ลดอาการปวด การอักเสบและการบวม และทำหน้าที่ป้องกันเหยื่อหุ้มเซลล์อีกด้วยซึ่งนักค้นคว้า วิจัยหลายท่านเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ได้รับไขมันผิดประเภทมากเกินไปและร่างกายมี การต้องการไขมันจากปลาทะเลเพื่อต้องการสมดุลของไขมันในร่างกาย

คนเราได้รับสารไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 มา จากอาหารที่มาจากกรดไขมันไอโคซาเพนตาอิโนอิก (Eicosapentaenoic Acid : EPA ) และกรดโดโคซาเฮกซาอิโนอิก (Docosahexaenoic Acid : DHA) ถือว่าเป็นแหล่งอาหารไขมันที่ปลอดภัยกว่า และอยู่ในสารอาหารจำพวกปลานั่นเอง

· EPA (Eicosapentaenoic Acid : กรดไขมันไอโคซาเพนตาอิโนอิก) มี คุณสมบัติให้เลือดไม่หนืดข้น เกิดการไหลเวียนได้อย่างคล่องตัวจึงช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลไปสะสมอุด ตันหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์-อัมพาตอย่างได้ผล

o ป้องกันโรคหอบหืดในเด็ก

o ป้องกันและลดอาการโรคปวดศีรษะไมเกรน

o ป้องกันและสดอาการข้ออักเสบและปวดข้อ

o ป้องกันและยับยั้งการก่อตัวของมะเร็งร้ายต่างๆ

· DHA (Docosahexaenoic Acid : กรดโดโคซาเฮกซาอิโนอิก) เป็น กรดไขมันจำเป็นในการสร้างเซลล์ประสาท ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาท ทำให้ร่างกายถ่ายทอดสัญญาณผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกันดีขึ้นจึงเกิด ความจำ และการเรียนรู้ได้อย่างดี ดังนั้น

1. ในเด็ก DHA จะช่วยให้เด็กมีความจำดี เฉลียวฉลาดเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

2. ในผู้ใหญ่ช่วยบำรุงสมองทำให้ความจำดีขึ้น

3. ในคนชราช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมและโรคสมองฝ่อ

คุณประโยชน์ของมาสเตอร์ออย

- J. Schwarth ศึกษา ในยุโรป 2,526 คน ให้รับประทานปลาทะเล ต่อเนื่อง จะทำให้ปอดทำงานดีขึ้น : (อ้างอิง Europeon Respiratory J.1994)

- Dan S. Sharp และคณะศึกษาในคน 8,000 คน อายุ 45 – 68 ปี ที่สูบบุหรี่ พบว่าเมื่อรับประทานปลาทะเลเพิ่มขึ้นจะสามารถป้องกันการทำลายของปอด จากบุหรี่ :อ้างอิง(American J.Respiratory Critical Care Med)

- New Eugl. Journal of Medicine คนที่สูบบุหรี่ที่กินน้ำมันปลาทะเล จะสามารถป้องกันโรคถุงลมโป่งพองได้

- EPA และ DHA สามารถไตรกลีเซอไรด์ และโคเลสเตอรอลในเลือดได้ :อ้างอิง(Grims – Gaard และคณะ 1995)

- EPA ป้องกันการแข็งตัวของเกล็ดเลือด ป้องกันการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจ :อ้างอิง(Christensen และคณะ 1995)

- EPA และ DHA ลดความดันโลหิต :อ้างอิง(Banaa และคณะ 1995)

- DHA ยับยั้งการตีบตันของหลอดเลือด :อ้างอิง(De Caterina 1995)

- DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง ไขสันหลังและเส้นประสาท

- การรับประทานปลา มีกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการของสมองและระบบประสาทอย่างสมบูรณ์ อ้างอิง(Crawford 1995) ความจำดี เรียนรู้เร็ว

- การรับประทานปลาทะเลที่มี EPA และ DHA ในระหว่างตั้งครรภ์ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงขณะท้อง เพิ่มน้ำหนักเด็กในครรภ์ ป้องกันการคลอดก่อนกำหนด :อ้างอิง(Gerrard 1991)

- การตั้งครรภ์บ่อยครั้งยิ่งจำเป็นต้องได้รับ DHA เพิ่ม ต้องกินปลาเพิ่ม จึงสามารถเพ่มน้ำหนักทารกได้ :อ้างอิง(AI และคณะ 1995)

- ครรภ์เป็นพิษป้องกันได้โดย ให้กรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 :อ้างอิง(Secher และคณะ 1991)

- มีประโยชน์ต่อหญิงมีครรภ์ ทั้งประโยชน์ต่อทารก และ มารดา

- โรคสมองเสื่อมความจำจะดีขึ้น เมื่อรับประทาน DHA ติดต่อกันนาน 6 เดือน ความจำจะดีขึ้น เชื่อว่า DHA ไปกระตุ้นเซลล์ประสาทที่เหลืออยู่ให้ทำงานดีขึ้น :อ้างอิง(GUAN และคณะ 1994)

- โรคจิตเภทจะดีขึ้น :อ้างอิง(Laugharne และคณะ 1995)

- สามารถลดการซึมเศร้าได้ :อ้างอิง(Hibbin & Salem 1995)

- โรคไขข้ออักเสบ อ้างอิง(Rheumatism) ดีขึ้น ลดอาการปวดบวม อาการข้อติด สามารถลดการกินยาแก้ปวดและ ยาอักเสบได้ อ้างอิง:(Gensens และคณะ 1995)

- อาการท้องเสียโดยไม่ทราบสาเหตุจะดีขึ้น :อ้างอิง(Bumitrascu และคณะ 1995)

- ป้องกันการทำลายสมองของผู้ดื่มเหล้า :อ้างอิง(Salem, 1995)

- ยับยั้งการเจริญเติบโตของก้อนมะเร็ง :อ้างอิง(Back และคณะ 1995)

- ป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งลำไส้ใหญ่ :อ้างอิง(Blackburn และคณะ 1995)

- ยับยั้งการขยายตัวของมะเร็งปอดและลำไส้ใหญ่ :อ้างอิง(Solum และคณะ 1995)

- สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถลดไขมันโดยไม่กระทบกับระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน :อ้างอิง(Morgan และคณะ 1995)

- ทำให้ปอดทำงานดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง :อ้างอิง(Knapp, 1995)

- เพิ่มความแข็งแรง และปริมาณของสเปิร์ม ในผู้ที่มีเสปิร์มจำนวนน้อย และไม่แข็งแรง :อ้างอิง(Schramma Luley, 1989)

- ลดอัตราการเกิดหอบหืดได้ :อ้างอิง(Woal cock, 1992)

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

ไขมัน ประโยชน์และชนิดของไขมัน

Sunday, August 10th, 2008
ไขมัน
ไขมัน

ไขมัน

ไขมันเป็นแหล่งให้พลังงานและความร้อนโดยไขมันบริสุทธิ์ 1 กรัม ให้พลังงาน ประมาณ 9 กิโลแคลอรี ไขมันมีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ

*ให้พลังงานแก่ร่างกาย

*ช่วยการดูดซึม วิตามิน A,D,E,K

*เป็นส่วนประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกาย

*ช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อน ทำให้ผิวชุ่มชื่น ไม่แตกแห้ง

*ให้กรดไขมันจำเป็นแก่ร่างกาย

ไขมันมีองค์ประกอบทั้งหมดเป็น ไตรกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งประกอบด้วย กรดไขมัน 2 ประเภท คือ

*กรดไขมันอิ่มตัว

*กรดไขมันไม่อิ่มตัว

1. กรดไขมันอิ่มตัว

พบมากในไขมันสัตว์ มีลักษณะเป็นไขมันหมู ไขมันวัว เนยสด รวมทั้งไขมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ไขมันชนิดนี้มีส่วนในการเพิ่มระดับโคเลสเตอรอล

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัว

แบ่งได้เป็น 2 ชนิด จะพบได้จากไขมันที่ได้จากพืชเป็นส่วนใหญ่

*กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

พบมากในน้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันปาล์มโอเลอิก น้ำมันมะกอก กรดไขมันชนิดนี้ มีผลในการลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยไม่กระทบกระเทือนต่อดับเฮชดีแอล(HDL) ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอยชนิดที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

* กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

พบในพืช มีลักษณะเป็นของเหลว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบในน้ำมันปลาซึ่งกรดไขมันชนิดนี้มีผลในการลดระดับโคเลสเตอรอล ไขมันโดยปกติจะมีลักษณะเป็นของเหลว แม้จะอยู่ในอุณหภูมิเย็นก็ตาม

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน