Posts Tagged ‘ฟรุกโตส’

ควบคุมน้ำหนักด้วยไฟบราเจล ใยอาหาร

Saturday, September 6th, 2008
เลขที่ ฆอ. 362/2550

เลขที่ ฆอ. 362/2550

ไฟบรา เจล ใยอาหารในลักษณะวุ้น หรือเยลลี่ มี 3 รส คือ ส้ม องุ่น และ สตรอเบอรี่

ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์

1. ให้ความอิ่มนาน และให้พลังงานน้อย จึงไม่ทำให้อ้วน (1 ถาด ให้พลังงาน 80 -90 กิโลแคลอรี ในขณะที่อาหารทั่วไป 1 มื้อ ให้พลังงานกว่า 700 กิโลแคลอรี)
2. มีส่วนผสมของน้ำตาลผลไม้(ฟรุกโตส) ทำให้ไม่อ้วน และผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับประทานได้
3. มีใยอาหารพิเศษ 3 ชนิด ละลายน้ำได้ 100 % ปริมาณรวมกันถึง 6,700 – 7,600 มิลลิกรัม
4. ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย (ซูโครส) แต่เป็นน้ำตาลฟรุกโตส

คุณประโยชน์ของไฟบราเจล
1. ให้ประโยชน์ของใยอาหารชนิดละลายน้ำ 100 % ดังนี้ คือ
- ไม่ถูกย่อยด้วยระบบย่อยในกระเพาะอาหาร
- ดูดซับกรดในกระเพาะอาหารช่วยลดอันตรายของกรดไม่ให้เป็นอันตรายต่อเยื่อบุในกระเพาะอาหาร
- ทดแทนพื้นที่ในกระเพาะอาหาร ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง อิ่มเร็ว และอิ่มนาน
- ดูดซับโคเลสเตอรอล และกรดน้ำดี ซึ่งเป็นพิษแล้วขับออกจากร่างกาย
- ดูดซับน้ำตาล ทำให้การดูดซึมของน้ำตาลเป็นไปอย่างช้า ๆ ทำให้คนเป็นเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ได้ดีขึ้น
- ดูดซับสารพิษ ที่ปนเปื้อนมากับอาหารแล้วขับออกนอกร่างกายทำให้สามารถป้องกันโรคได้มากมาย เช่น ท้องผูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก น้ำหนักเกิน โรคอ้วน ริดสีดวงทวาร นอกจากนี้คนเป็นโรคเบาหวานสามารถรับประทานได้
2. มีส่วนผสมของน้ำตาลฟรุกโตส ช่วยทำให้อยากอาหารลดลง
- ฟรุกโตส ถูกร่างกายเผาผลาญไปเป็นพลังงานได้ดีกว่า เหลือสะสมเป็นไขมันน้อยกว่ากลูโคส
- ฟรุกโตส ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่ากลูโคส
- ฟรุกโตส ไม่กระตุ้น อินซูลินในเลือด
3. สามารถควบคุมน้ำหนักได้จากการรับประทานไฟบราเจล

วิธีการรับประทาน
รับประทานได้ทุกครั้งตามที่ต้องกร หรือถ้าหากต้องการควบคุมน้ำหนัก ให้รับประทานก่อนมื้ออาหาร 30 นาที โดยรับประทานครั้งละ 1 ถาด แล้วดื่มน้ำตามอีก 1 - 2 แก้ว สามารถรับประทานได้ 1 - 3 มื้อ ต่อวัน หรือเวลาไหนก็ได้หากจะรับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์จากใยอาหารให้รับประทานครึ่งถาดถึง 1 ถาดหลังอาหารวันละ 1 - 2 เวลา

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน

คาร์โบไฮเดรต กลูโคส ฟรุกโตส ใยอาหาร

Saturday, August 9th, 2008
carbohydrate

carbohydrate

คาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารหลัก ที่สำคัญในการให้พลังงาน โดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม จะให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี การแบ่งประเภทของคาร์โบไฮเดรต ได้มีการแบ่งดังนี้

1. คาร์โบไฮเดรตอย่างง่าย

1.1 น้ำตาลชั้นเดียว ถือเป็นคาร์โบไฮเดรต ที่มีโมเลกุลเล็กที่สุด ร่างกายไม่สามารถย่อยให้เล็กลงกว่านี้ได้และเมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายไม่ต้องผ่านการย่อยสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที ตัวอย่างเช่น

1.1.1 กลูโคส มีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากเป็นตัวตั้งต้นของการผลิตพลังงาน และคาร์โบไฮเดรตทุกตัว จะต้องเปลี่ยนแปลงกลูโคสที่ตับ ร่างกายจึงจะดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ กลูโคสเป็นน้ำตาลที่มีมากที่สุดในเลือด แหล่งสำคัญของอาหารที่ให้กลูโคส มาจาก ข้าว แป้ง น้ำตาล

1.1.2 ฟรุกโตส มีรสหวานกว่าน้ำตาลชนิดอื่น แหล่งสำคัญของอาหารที่ให้ ฟลุกโตสมาจากผลไม้ โดยมีบทบาทต่างกับน้ำตาลกลูโคส ดังนี้

- ฟรุกโตส ไม่กระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้ความต้องการบริโภคลดลง เมื่อเทียบกับกลูโคส

- ฟรุกโตส ถูกร่างกายเผาผลาญไปเป็นพลังงานได้ดีกว่าและเหลือสะสมเป็นไขมันน้อยกว่ากลูโคส

- ฟรุกโตส ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากเหมือนกลูโคส

- ฟรุกโตส ไม่กระตุ้นอินซูลินในเลือด ให้สูงมากเหมือนกลูโคส

โดยที่ผลของอินซูลินจะมีผลดังนี้

1. กระตุ้นให้ตับสร้างไขมันเพิ่มขึ้น

2. กระตุ้นเซลล์ไขมันให้สร้างและสะสมไขมันมากขึ้น

1.2 น้ำตาล 2 ชั้น คือ คาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยน้ำตาลชั้นเดียวกันหรือคนละชนิดมารวมกันเมื่อย่อยด้วยกรดเอนไซต์ จะแตกตัวออกเป็นน้ำตาลชั้นเดียว 2 โมเลกุล ตัวอย่างเช่น

1.2.1 น้ำตาลทราย (Sucrose)

- น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลทรายขาว ก็คือ ซูโครส

- เมื่อแตกตัวจะให้กลูโคส 1 โมเลกุล และฟรุกโตส 1 โมเลกุล

1.2.2 แล็กโทส

- เป็นน้ำตาลที่พบในน้ำนมคนและสัตว์ และผลิตภัณฑ์ของนม

- ย่อยได้ช้ากว่าน้ำตาลทราย

2. คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน

เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีโมเลกุลซับซ้อน เมื่อย่อยจนถึงขั้นสุดท้ายจะได้น้ำตาลชั้นเดียว เช่น กลูโคส

2.1 แป้ง เป็นคาร์โบไฮเดรตที่พืชเก็บสะสมไว้ในเมล็ด ราก หัว และส่วนอื่น ๆ เช่น ในข้าวเจ้า ข้าวเหนียว

2.2 ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรตที่เกิดขึ้นตามผนังเซลล์ของพืช ในคนเราไม่สามารถย่อยใยอาหารได้ ไม่ให้พลังงานแบ่งตามความสามารถในการละลายน้ำได้ 2 ประเภท

2.2.1 ใยอาหารไม่ละลายน้ำ มีคุณสมบัติอุ้มน้ำไว้ทำให้น้ำหนักอุจจาระเพิ่มมากขึ้นและอุจจาระนุ่มลงระบบขับถ่ายดีขึ้น และป้องกันโรคริดสีดวงทวาร

2.2.2 ใยอาหารละลายน้ำได้ มีคุณสมบัติช่วยดูดซับโคเลสเตอรอล ตลอดจนสารพิษ และสารก่อมะเร็งต่าง ๆ และขับถ่ายออกจารอุจจาระ นอกจากนี้ยังชะลอการดูดซึมน้ำตาลช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โดยสรุป ประโยชน์ของใยอาหาร

- ไม่ให้พลังงาน จึงช่วยลดหรือควบคุมน้ำหนัก ป้องกันและรักษาโรคอ้วน

- กระตุ้นการทำงานของลำไส้ จึงช่วยเร่งการย่อยกากอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ป้องกันโรคริดสีดวงทวาร

- ช่วยดูดซึมสารพิษและสารก่อมะเร็งและขับถ่ายออกจากร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

- ดูดซับน้ำดีและขับถ่ายออกไปกับอุจจาระ ทำให้โคเลสเตอรอลดูดซึมมาใช้สร้างน้ำดีเพิ่มขึ้น จึงช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันโรคหัวใจ

- ชะลอการดูดซึมของน้ำตาลในเลือด

โรคที่ป้องกัน และบำบัดโดยใยอาหาร

- โรคอ้วน, โรคเบาหวาน, โรคไขมันในหลอดเลือดสูง (ดูดซับน้ำดีที่เป็นพิษ), โรคมะเร็ง (ดูดซับสารก่อมะเร็ง), โรคหัวใจขาดเลือด, โรคท้องผูก และโรคริดสีดวงทวาร

2.3 ไกลโคเจน

ในร่างกายของคนสะสมไกลโคเจนที่ตับและกล้ามเนื้อ แต่ปริมาณที่สะสมมีจำกัดไม่เกิน 400 กรัม โดยเก็บไว้ที่ตับ 1 ใน 3 และที่กล้ามเนื้อ 2 ใน 3 เมื่อร่างกายต้องการใช้พลังงาน ไกลโคเจนที่ตับจะถูกดึงมาใช้เผาผลาญให้เป็นพลังงานได้

2.4 ไคซิน เช่น ไคโตซาน

เป็นองค์ประกอบของเปลือกนอกของแมลง สัตว์ที่มีเปลือกและกระดอง เช่น กุ้ง ปู มีคุณสมบัติสำคัญในการดักจับไขมัน

ตามคำแนะนำของกองโภชนาการกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้คนไทยควรบริโภคคาร์โบไฮเดรต วันละ 300 กรัม หากขาดจะทำให้เกิดการเติบโตของร่างการไม่สมบูรณ์

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน